บิ๊กไบค์ดับกลางถนนภูเก็ต? ทำตามนี้
มันเกิดตรงจุดที่แย่ที่สุดเสมอ: ทางขึ้นจุดชมวิว ช่วงถนนเจ้าฟ้าที่แดดเผา หรืออีกฟากของเกาะห่างจากที่พัก เครื่องดับ รถวิ่งเฉียดผ่าน อากาศ 34 องศา นี่คือแผน - ใจเย็นๆ ทีละขั้น
1. เอารถออกจากถนน แล้วพาตัวเองเข้าร่ม
อย่างแรก: เข็นรถออกจากผิวจราจรให้พ้น - ถนนเมืองไทยไม่ค่อยให้อภัยใคร อย่างที่สอง: คนเข้าร่ม ไม่ใช่รถ ไม่มีขั้นตอนไหนของรถเสียที่ต้องยืนตากแดดจัด ฮีทสโตรกเปลี่ยนเรื่องน่ารำคาญให้กลายเป็นเรื่องฉุกเฉินได้
2. เช็กลิสต์สองนาที
- สวิตช์ตัดเครื่อง (kill switch) ไม่ใช่มุกตลก - มันจบ "รถเสีย" ได้มากกว่าเครื่องมือทุกชิ้น
- ขาตั้งข้าง + เกียร์ เซนเซอร์ขาตั้งที่เริ่มเสียจะดับเครื่องตอนคุณเข้าเกียร์หนึ่งพอดี
- น้ำมัน รถติดทำให้น้ำมันสำรองหมดเร็วกว่าที่เกจยอมรับ
- ขั้วแบตเตอรี่ ขั้วหลวมหรือขึ้นขี้เกลือหลังหน้าฝนคืออาการสตาร์ทไม่ติดสุดคลาสสิก
- ฟิวส์หลัก ถ้าหน้าปัดดับสนิท นี่คือผู้ต้องสงสัยรายแรก
3. อย่าเข็นบิ๊กไบค์กลางแดด
รถสองร้อยกว่ากิโล แดดเที่ยง ไม่มีไหล่ทาง: การเข็นคือวิธีที่ไรเดอร์บาดเจ็บหลังจากรถพังไปแล้ว ถ้าเช็กอย่างมีสติห้านาทีแล้วยังไม่ติด เลิกสู้กับมัน แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมา
4. ส่งข้อความที่ถูกต้องให้ช่าง
ข้อความดีๆ ข้อความเดียวประหยัดเวลาถามตอบเป็นชั่วโมง ส่ง: พิกัดหมุด รุ่นและปีรถ เกิดอะไรขึ้น ("ดับตอนเดินเบา", "ไดไม่หมุน หน้าปัดติด", "มีเสียงครูดแล้วดับ") ไฟเตือนอะไรขึ้นบ้าง พร้อมรูปหรือคลิปสั้น ช่างที่รู้ว่ากำลังไปเจออะไร มักไปถึงพร้อมทางแก้ในรถเลย
5. โทรหาคนที่รับสายจริง
รถเสียในภูเก็ตไม่ดูเวลาทำการ - คืนวันเสาร์ก็ไม่เว้น ตรงนี้แหละที่อู่ซึ่งเปิดดึกจริงและมีบริการไปรับรถได้พิสูจน์ตัวเอง: คุณต้องการคนที่รับสาย มาหาคุณ ยกรถขึ้น และเอาเข้าอู่ภายในวันเดียวกัน ไม่ใช่ "จอดทิ้งไว้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน"
สาเหตุยอดฮิต ฉบับเกาะภูเก็ต
- แบตเตอรี่หรือเรกูเลเตอร์ - โดนความร้อนเก็บ มักไม่มีสัญญาณเตือน
- รีเลย์สตาร์ท - อาการ "คลิกแต่ไม่หมุน" ระดับตำนาน
- น้ำเข้าขั้วต่อ - อาการดับเป็นพักๆ หลายวันหลังพายุ
- ความร้อนขึ้นตอนรถติด - พัดลมและหม้อน้ำอุดตันด้วยฝุ่นเกาะ
- สวิตช์ขาตั้งข้าง - ขึ้นสนิมแล้วโกหกเรื่องขาตั้ง
ส่วนใหญ่เป็นงานเล็ก - ถ้าวินิจฉัยตรงไปตรงมาและรถถึงอู่เร็ว เคล็ดลับมีแค่นี้: เข้าร่ม เช็กลิสต์ ข้อความดีๆ หนึ่งข้อความ และช่างที่รับสาย